<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/51" />
  <subtitle />
  <id>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/51</id>
  <updated>2026-03-31T06:15:00Z</updated>
  <dc:date>2026-03-31T06:15:00Z</dc:date>
  <entry>
    <title>การพลิกฟื้นธุรกิจ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กลุ่มผู้ประกอบการที่มีความเติบโตแบบลดลง (turnaround)</title>
    <link rel="alternate" href="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/3181" />
    <author>
      <name>สลิตตา สาริบุตร</name>
    </author>
    <id>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/3181</id>
    <updated>2020-09-24T07:36:09Z</updated>
    <published>2561-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การพลิกฟื้นธุรกิจ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กลุ่มผู้ประกอบการที่มีความเติบโตแบบลดลง (turnaround)
Authors: สลิตตา สาริบุตร
Abstract: หลังจาก วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยประสบในปี พ.ศ. 2540 ไทยได้ให้ความสำคัญต่อ SME ได้มีการจัดตั้ง สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME Bank) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) มีการส่งเสริม SME แบบ Portfolio Approach โดยแบ่ง SMEs เป็นกลุ่มตาม วงจรธุรกิจ (life cycle) กล่าวคือกลุ่ม Pre-start-up, Start-up, Expansion, High Growth, Internationalization และกลุ่ม Turn Around สสว. ได้นิยามคำว่า Turnaround หมายถึง กลุ่มผู้ประกอบการที่มีความเติบโตแบบลดลง เป็นกลุ่มที่มีรายได้รวม 3 ปี ลดลงรวมกันมากกว่า ร้อยละ 20 แต่ตามทฤษฎีการพลิกฟื้น Turnaround หมายถึง “การพลิกฟื้นธุรกิจ” (Turnaround) ความหมายรวมตั้งแต่ ความตกต่ำ (Decline) ในขั้นตอนการดำเนินงานของบริษัท และตามมาด้วย ขั้นตอนการการฟื้นตัว 

ในปี 2559 มีจำนวนนิติบุคคลที่เป็น SME นำส่งงบการเงินต่อเนื่อง 4 ปี ล่าสุด จำนวน 23,615 รายจากการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เกณฑ์รายได้รวมจากงบการเงิน 4 ปี ล่าสุด พบว่า ผู้ประกอบการ SME ที่อยู่ในกลุ่มที่มีความเติบโตแบบลดลง (Turnaround) เป็นจำนวน 71,170 (35.74%) และคาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นในปีต่อๆ ไป นับว่าเป็นภาระหนักของรัฐบาลในการส่งเสริม SME ดังนั้น การลดจำนวน Turnover จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ วิธีหนึ่งที่ทำได้คือป้องกันไม่ให้ธุรกิจตกอยู่ในระยะ ตกต่ำ (Decline) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม เสนอแนะว่า SME ควรหมั่น “ตรวจสุขภาพธุรกิจ” เพื่ออุดช่องโหว่ และเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ประกอบการต้องหันมาให้ความสำคัญ โดยมีการ “ตั้งรับ” และวางแผนเรื่องการเงินไว้ล่วงหน้า สำหรับบางธุรกิจที่อาจประสบปัญหาสภาพคล่อง และเกิดภาวะชะลอตัว บางรายร้ายแรงถึงขนาดนำไปสู่ปัญหาหนี้เสีย (NPL) หรือ ติดเครดิตบูโร ซึ่งจะยิ่งทำให้ธุรกิจเข้าสู่ภาวะตีบตัน เพราะนั่นหมายถึง การติดแบล็คลิสต์ในการขอกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อมาประคองธุรกิจ ก็จะหมดโอกาสไปด้วย การตรวจวัดสุขภาพธุรกิจจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ทันท่วงที Altman Z-Score เป็นเครื่องมือตรวจวัดสุขภาพทางการเงินของบริษัทที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายทั่วโลก การใช้ค่า Z-Score (Altman, 1968) ในการวิเคราะห์พื้นฐานเพื่อวัดสุขภาพทางการเงินของบริษัท ใช้เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการล้มละลายของบริษัท ซึ่งมีข้อดีคือเป็นเครื่องมือที่ประยุกต์ใช้ได้ง่าย และมีความแม่นยำ
บทความนี้จึงมุ่งอธิบายถึง วงจรธุรกิจ (Business Life Cycle) การพลิกฟื้น (Turnaround) เครื่องมือตรวจวัดสุขภาพธุรกิจ Altman Z-score อันจะเป็นการส่งผลให้ SME สามารถประคองอยู่รอดได้ และมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
Description: โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สลิตตา สาริบุตร คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี</summary>
    <dc:date>2561-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการที่พักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปรียบเทียบระหว่างนักท่องเที่ยวชาวยุโรปและชาวเอเชีย</title>
    <link rel="alternate" href="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/2493" />
    <author>
      <name>นาตยา เจริญผล</name>
    </author>
    <author>
      <name>กฤษดา เชียรวัฒนสุข</name>
    </author>
    <id>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/2493</id>
    <updated>2020-09-24T07:36:23Z</updated>
    <published>2556-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการที่พักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปรียบเทียบระหว่างนักท่องเที่ยวชาวยุโรปและชาวเอเชีย
Authors: นาตยา เจริญผล; กฤษดา เชียรวัฒนสุข
Abstract: การค้นคว้าอิสระนี้ได้ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการที่พักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปรียบเทียบระหว่างนักท่องเที่ยวชาวยุโรปและชาวเอเชีย โดยใช้แบบสอบเป็นเครื่องมือในการสำรวจจำนวน 450 ตัวอย่าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การแจกแจงแบบไคสแควร์ วิเคราะห์ความแตกต่างของประชากรมากกว่า 2 กลุ่มที่เป็นอิสระต่อกันแบบ 2-Way ANOVA และวิเคราะห์ความแตกต่างของประชากร 2 กลุ่มที่เป็นอิสระต่อกันแบบ Independent Samples t-test
ผลการศึกษาข้อมูลทั่วไป พบว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติส่วนใหญ่เป็นเพศชาย โดยมีอายุ 31-40 ปี มีสถานภาพสมรส ระดับการศึกษาปริญญาตรี อาชีพธุรกิจส่วนตัว และมีรายได้ต่อปี 30,001-40,000 ดอลล่าร์สหรัฐ สำหรับผลการวิเคราะห์พฤติกรรม พบว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์ในการเดินทางเพื่อมาท่องเที่ยวโดยเดินทางมากับครอบครัวเข้าพักประมาณ 3-7 วัน และจะเลือกที่พักประเภทโรงแรม มีราคาประมาณ 80.86-113.15 ดอลล่าร์สหรัฐ ส่วนใหญ่ตัดสินใจเลือกที่พักด้วยตนเองและมีการจองห้องพักล่วงหน้าผ่านทางโทรศัพท์ สำหรับทำเลที่ตั้งของที่พักนักท่องเที่ยวชาวยุโรปส่วนใหญ่เลือกอยู่ใกล้ทะเลหรือชายหาด และนักท่องเที่ยวชาวเอเชียส่วนใหญ่เลือกอยู่ใกล้แหล่งชุมชน
ผลสรุปการวิเคราะห์สมมติฐาน พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลส่งผลต่อพฤติกรรมในการใช้บริการที่พักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแตกต่างกัน สำหรับการให้ความสำคัญของส่วนประสมทางการตลาดธุรกิจบริการส่งผลต่อพฤติกรรมในการใช้บริการที่พักแตกต่างกัน ผลการศึกษายังพบว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งชาวยุโรปและชาวเอเชียให้ความสำคัญต่อส่วนประสมทาง
การตลาดธุรกิจบริการในด้านช่องทางการจัดจำหน่าย (t = -3.769, Sig. = 0.000) ด้านบุคคล (t = -5.485, Sig. = 0.000) ด้านกระบวนการ (t = -5.090, Sig. = 0.000) และด้านการส่งเสริมการตลาด (t = -3.411, Sig. = 0.006) แตกต่างกัน; The purpose of this independent study was to study the factors affecting the decision toward accommodation services of foreign tourists in Koh Samui District, Surat Thani by comparing between European tourists and Asian tourists. The samples consisted of 450 participants, and the questionnaire was used as an instrument for data collection. Statistics used for data analysis were percentage, mean, standard deviation, and Chi-Square Distribution. Two-Way ANOVA was also used to determine the differences between three or more independent groups while the Independent Samples t-test was used to investigate the difference between two independent groups.
The results of the independent study revealed that the majority of foreign tourists were male with ages ranging from 31 to 40 years old while their marital status was married. The average level of education was Bachelor’s degree. Besides, most of them had their own business with the average income from $30,001 USD to $40,000 USD per year. Regarding the results of behavior analysis, it showed that the objective of the trip of most of these foreign tourists was to travel and they usually travel with their family. Furthermore, the average duration of stay was between 3 to 7 days, and the hotels with room rates between $80.86 USD to $113.15 USD were mostly chosen. Most of these foreign tourists decided on accommodation by themselves and also reserved the room via telephone in advance. Due to the location, most of European tourists chose accommodations close to the sea or the beach while Asian tourists chose to stay close to the communities.
Due to the hypothesis testing, the results showed that different personal factors affected on behaviors of foreign tourists toward the accommodation services in different ways. Similarly, different levels of importance of the marketing mix affected the behaviors toward accommodation services differently. Moreover, the results indicated that both European tourists and Asian tourists differently considered the importance of marketing mix of service business as follows: place (t = -3.769, Sig. = 0.000), people (t = -5.485, Sig. = 0.000), process (t = -5.090, Sig. = 0.000) and promotion (t = -3.411, Sig. = 0.006).</summary>
    <dc:date>2556-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการซื้อเครื่องยนต์มือสองจากประเทศญี่ปุ่นของผู้บริโภคในจังหวัดปทุมธานี</title>
    <link rel="alternate" href="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/2492" />
    <author>
      <name>จิตติพงษ์ โพธิ์โชติ</name>
    </author>
    <author>
      <name>นพวรรณ พจน์พิศุทธิพงศ์</name>
    </author>
    <id>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/2492</id>
    <updated>2020-09-24T07:35:59Z</updated>
    <published>2556-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการซื้อเครื่องยนต์มือสองจากประเทศญี่ปุ่นของผู้บริโภคในจังหวัดปทุมธานี
Authors: จิตติพงษ์ โพธิ์โชติ; นพวรรณ พจน์พิศุทธิพงศ์
Abstract: การค้นคว้าอิสระในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการซื้อเครื่องยนต์มือสองจากประเทศญี่ปุ่นของผู้บริโภคในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ ได้แก่ ปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยทางการตลาด และความรู้ความเข้าใจในเครื่องยนต์มือสอง โดยมีขนาดตัวอย่างเท่ากับ 400 ตัวอย่าง ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test, F-test, Least Significant Difference (LSD) การวิเคราะห์ความสัมพันธ์แบบไควสแคร์ (2- Test )
ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ลูกค้าที่มีอายุ อาชีพ และความชอบส่วนบุคคลแตกต่างกัน มีค่าใช้จ่ายที่ท่านซื้อเครื่องยนต์มือสองจากประเทศญี่ปุ่นโดยเฉลี่ยต่อครั้ง แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ลูกค้าที่มีระดับการศึกษา รายได้ต่อเดือน และประสบการณ์ในการใช้งานเครื่องยนต์มือสองแตกต่างกัน มีค่าใช้จ่ายที่ท่านซื้อเครื่องยนต์มือสองจากประเทศญี่ปุ่นโดยเฉลี่ยต่อครั้ง และการซื้อเครื่องยนต์มือสองจากประเทศญี่ปุ่นโดยเฉลี่ยในแต่ละปี (เครื่องต่อปี) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
นอกจากนั้น ผลการศึกษายังพบว่า ปัจจัยทางการตลาดด้านผลิตภัณฑ์ ด้านราคา ด้านช่องทางการจัดจำหน่ายและความรู้ความเข้าใจในเครื่องยนต์มือสองมีความสัมพันธ์กับแหล่งที่ซื้อเครื่องยนต์มือสองจากประเทศญี่ปุ่นช่องทางในการเลือกซื้อเครื่องยนต์มือสองจากประเทศญี่ปุ่นแนวโน้มในการเลือกซื้อเครื่องยนต์มือสองจากประเทศญี่ปุ่นและแนวโน้มการบอกต่อบุคคลอื่น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ปัจจัยทางการตลาดด้านผลิตภัณฑ์มีความสัมพันธ์กับแหล่งที่ซื้อเครื่องยนต์มือสองจากประเทศญี่ปุ่นช่องทางในการเลือกซื้อเครื่องยนต์มือสองจากประเทศญี่ปุ่นและแนวโน้มการบอกต่อบุคคลอื่น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05; The purpose of this independent study was to study the factors affecting the consumer buying decision on used automobile engines from Japan in Pathumthani Province. These factors included the demographic factors, the marketing factors, and the understanding of used engines. The samples consisted of 400 participants, and the questionnaire was used as an instrument for data collection. Statistics used for data analysis included Percentage, Mean, Standard Deviation, the Independent Samples t-test, One-way ANOVA (F-test), Least Significant Difference (LSD), and Chi-square (2- Test). 
The results of the hypothesis testing showed that customers who had different ages, occupations, and personal preferences significantly had the different average expenses spent each time for buying used engines from Japan at a significance level of 0.05. Furthermore, customers who had different levels of education, monthly income, and experience in using the used engines also had the different average expenses spent each time as well as the average number each year for buying used engines from Japan at a significance level of 0.05.
In addition, the results revealed that the marketing factors including product, price, place, and the understanding of used engines were related to the source of buying, the buying channel, the buying tendency, and the tendency to recommend others to buy the used engines from Japan at a significance level of 0.05. Product was also related to the source of buying, the buying channel, and the tendency to recommend others to buy the used engines from Japan at a significance level of 0.05.</summary>
    <dc:date>2556-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>ปัจจัยที่มีผลต่อการนำเข้าเคมีอาหารของผู้ประกอบการด้านอาหารในเขตกรุงเทพมหานคร</title>
    <link rel="alternate" href="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/2490" />
    <author>
      <name>นรุตม์ อุดมชัยบรรเจิด</name>
    </author>
    <author>
      <name>อุมาวสี ศรีบุญลือ</name>
    </author>
    <id>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/2490</id>
    <updated>2020-09-24T07:36:32Z</updated>
    <published>2556-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ปัจจัยที่มีผลต่อการนำเข้าเคมีอาหารของผู้ประกอบการด้านอาหารในเขตกรุงเทพมหานคร
Authors: นรุตม์ อุดมชัยบรรเจิด; อุมาวสี ศรีบุญลือ
Abstract: การค้นคว้าอิสระในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อมูลของผู้ประกอบการด้านอาหาร ปัจจัยภายในประเทศ และปัจจัยภายนอกประเทศที่มีผลต่อการตัดสินใจในการนำเข้าเคมีอาหาร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ บริษัทผู้ประกอบการด้านอาหารที่นำเข้าเคมีอาหารในเขตกรุงเทพมหานครจำนวน 190บริษัท โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ด้วยสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน
ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ทุนจดทะเบียนของบริษัทที่แตกต่างกัน มีจำนวนครั้งในการนำเข้าเคมีอาหารต่อปี การรับรู้ปัญหา การกำหนดรายละเอียดความต้องการผลิตภัณฑ์และแนวโน้มการตัดสินใจนำเข้าเคมีอาหารแตกต่างกัน ระยะเวลาในประกอบกิจการและจำนวนพนักงานในบริษัทที่แตกต่างกัน มีจำนวนเงินที่นำเข้าต่อครั้ง จำนวนครั้งในการนำเข้าเคมีอาหารต่อปี และแนวโน้มการตัดสินใจนำเข้าเคมีอาหารแตกต่างกัน และยอดขายต่อปีที่แตกต่างกัน มีจำนวนครั้งในการนำเข้าเคมีอาหารต่อปี การรับรู้ปัญหาและการแนวโน้มการตัดสินใจนำเข้าเคมีอาหารแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
ปัจจัยภายในประเทศด้านราคาของเคมีอาหาร มีความสัมพันธ์กับแนวโน้มการตัดสินใจนำเข้าเคมีอาหาร ด้านคุณภาพของเคมีอาหารในประเทศ มีความสัมพันธ์กับการรับรู้ปัญหา การกำหนดรายละเอียดความต้องการผลิตภัณฑ์ และแนวโน้มการตัดสินใจนำเข้าเคมีอาหาร ด้านปริมาณการผลิตเคมีอาหารในประเทศ มีความสัมพันธ์กับการรับรู้ปัญหา และการตัดสินใจนำเข้าเคมีอาหาร ส่วนปัจจัยภายนอกประเทศด้านศักยภาพของประเทศผู้ผลิตมีความสัมพันธ์กับจำนวนเงินที่ซื้อต่อครั้ง การกำหนดรายละเอียดความต้องการผลิตภัณฑ์ และการแข่งขันของประเทศผู้ผลิตเคมีอาหารมีความสัมพันธ์กับแนวโน้มการตัดสินใจนำเข้าเคมีอาหารอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05; The purpose of this independent study was to study the information of food entrepreneurs as well as the domestic and international factors affecting the decision to import food chemicals. The samples consisted of 190 food chemicals importing companies in Bangkok, which were selected by using purposive sampling. The questionnaire was used as an instrument for data collection. Statistics used for data analysis included Percentage, Mean, Standard Deviation, One-way ANOVA, and the Pearson Correlation Coefficient.
The results revealed that the different registered capitals affected the numbers of importing food chemicals per year, the perception of problems in setting the details of product specifications, and the tendency of decision to import food chemicals. Meanwhile, the different durations of operating the business and the number of employees affected the imported amount of money, the number of importing food chemicals per year, and the tendency of decision to import food chemicals. Finally, the different annual sales affected the numbers of importing food chemicals per year, the perception of problems, and the tendency of decision to import food chemicals at a significance level of 0.05.
Due to the domestic factors, price was related to the tendency of decision to import food chemicals while the quality and the production quantity were related to both the perception of problems in setting the details of product specifications and the tendency of decision to import food chemicals. For the international factors, the capability of producing country was related to the amount of money spent each time and the setting of the details of product specifications whereas the competition among the producing countries was significantly related to the tendency of decision to import food chemicals at a significance level of 0.05.</summary>
    <dc:date>2556-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

