<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/89" />
  <subtitle />
  <id>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/89</id>
  <updated>2026-03-30T04:31:29Z</updated>
  <dc:date>2026-03-30T04:31:29Z</dc:date>
  <entry>
    <title>การพัฒนาผ้าไหมพุมเรียงเพื่อเสื้อผ้าสตรีมุสลิม</title>
    <link rel="alternate" href="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/1755" />
    <author>
      <name>อมรรัตน์ บัวทอง</name>
    </author>
    <author>
      <name>ศรีกาญจนา จตุพัฒน์วโรดม</name>
    </author>
    <author>
      <name>รัตนพล มงคลรัตนาสิทธิ์</name>
    </author>
    <author>
      <name>สุทัศนีย์ บุญโญภาส</name>
    </author>
    <id>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/1755</id>
    <updated>2020-09-24T04:40:38Z</updated>
    <published>2556-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การพัฒนาผ้าไหมพุมเรียงเพื่อเสื้อผ้าสตรีมุสลิม
Authors: อมรรัตน์ บัวทอง; ศรีกาญจนา จตุพัฒน์วโรดม; รัตนพล มงคลรัตนาสิทธิ์; สุทัศนีย์ บุญโญภาส
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อมูลของผ้าไหมพุมเรียงและวัฒนธรรมการแต่งกายของมุสลิมการตกแต่งสำเร็จผ้าไหมพุมเรียงวิธีวิจัยคือ ศึกษาผ้าไหมพุมเรียงจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี 3 ชนิด คือ ผ้าไหม 2 เส้น ผ้าไหม 4 เส้นพิเศษ และผ้าไหม 4 เส้น ตกแต่งให้มีความนุ่มและทนยับเปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพผลการวิจัยพบว่า ชุดสตรีมุสลิมแต่งกายตามหลักศาสนาเรียบร้อยปิดมิดชิด เป็นชุดยาวอบาย่าหรือเป็นชุดแยกชิ้นคลุมจนถึงข้อเท้าไม่รัดรูป และ ปกปิดผมด้วยฮิญาบการตกแต่งสำเร็จพบว่าผ้าไหม 4 เส้นพิเศษ มีค่าเฉลี่ยการคืนตัวต่อรอยยับ และการโค้งตัวของผ้ามากที่สุดคือด้านการคืนตัวต่อรอยยับมีค่าเฉลี่ยการคืนตัว 175 องศา; The purpose of this study was to learn about Pumriang Local Thai silk and Islamic clothing for Muslim women. Research methods covered the three weave strictures of Pumriang Local Thai silk located in Suratthani Province. The three strictures weave cpmsosted pf 2-Strands silk, special 4-strands silk, and then being compared with one anotherregarding properties. The results revealed that the prototype designs of Muslim women wear had perfect properties according to 4-Strands silk on special material covering the body well;Abayaswas for covering the entire body, and Hijab was for head covering. Effects of Finishing Treatments for the special 4 – Strands silk showed that the wrinkle recovery angles was average 175 degrees.
Description: การประชุมวิชาการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 15-16 กรกฎาคม 2556</summary>
    <dc:date>2556-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การพัฒนากระเป๋าสตรีจากเศษผ้าเดนิมที่เหลือจากการตัดในโรงงานงานอุตสาหกรรมเครื่องนุ่มห่มไทย</title>
    <link rel="alternate" href="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/1754" />
    <author>
      <name>เสาวลักษณ์ เนตรมณี</name>
    </author>
    <author>
      <name>ศรีกาญจนา จตุพัฒน์วโรดม</name>
    </author>
    <author>
      <name>สุภา จุฬคุปต์</name>
    </author>
    <author>
      <name>รัตนพล มงคลรัตนาสิทธิ์</name>
    </author>
    <id>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/1754</id>
    <updated>2020-09-24T04:40:38Z</updated>
    <published>2556-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การพัฒนากระเป๋าสตรีจากเศษผ้าเดนิมที่เหลือจากการตัดในโรงงานงานอุตสาหกรรมเครื่องนุ่มห่มไทย
Authors: เสาวลักษณ์ เนตรมณี; ศรีกาญจนา จตุพัฒน์วโรดม; สุภา จุฬคุปต์; รัตนพล มงคลรัตนาสิทธิ์
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ ทดสอบสมบัติของเศษผ้าเดนิมที่เหลือจากการตัด และพัฒนากระเป๋าสตรีจากเศษผ้าเตนิม วิธีการวิจัย คือ วิเคราะห์ลักษณะของเศษผ้าเดนิมที่เหลือจากการตัดของโรงงานอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม แล้วนำไปทดสอบสมบัติทางกายภาพประเมินค่าการติดเปื้อนสี ออกแบบและตัดเย็บกระเป๋า 6 ประเภท คือ กระเป๋าถือทรงกลม กระเป๋าถือทรงเหลี่ยม กระเป๋าสะพายข้างทรงกลม กระเป๋าสะพายข้างทรงเหลี่ยม กระเป๋าเงินทรงกลม กระเป๋าเงินทรงเหลี่ยม ผลการวิจัยพบว่า เศษผ้าเดนิมที่เหลือจากการตัดมีขนาดตั้งแต่ 1 – 7 นิ้ว และขนาด 1  นิ้วมีมากที่สุด สมบัติทางกายภาพของความคงทนต่อการขัดถูในสภาวะแห้ง และการติดเปื้อนสีบนผ้าขาวระดับดี และการทดสอบความแข็งแรงของตะเข็บ พบว่า ฝีเข็มที่เหมาะสมอยู่ที่ 14 ฝีเข็มต่อ 1 นิ้ว กระเป๋าทั้ง 6 แบบ มีระดับความพึงพอใจเฉลี่ย คือ 3.5 และได้รับความนิยมไม่มีความแตกต่ากันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
Description: การประชุมวิชาการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 15-16 กรกฎาคม 2556</summary>
    <dc:date>2556-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมกระเป๋าจากเชือกกล้วยมัดย้อม</title>
    <link rel="alternate" href="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/1753" />
    <author>
      <name>วารี กาลศิริศิลป์</name>
    </author>
    <author>
      <name>สุภา จุฬคุปต์</name>
    </author>
    <author>
      <name>สาคร  ชลสาคร</name>
    </author>
    <id>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/1753</id>
    <updated>2020-09-24T04:40:37Z</updated>
    <published>2556-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมกระเป๋าจากเชือกกล้วยมัดย้อม
Authors: วารี กาลศิริศิลป์; สุภา จุฬคุปต์; สาคร  ชลสาคร
Abstract: การศึกษาวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์กระเป๋าจากเชือกกล้วยมัดย้อม มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา  1)คุณสมบัติทางกายภาพของเชือกกล้วย  2)พัฒนาขั้นตอนการมัดย้อมเชือกกล้วย  3) พัฒนาผลิตภัณฑ์จากเชือกกล้วย  4) ประเมินความพึงพอใจของผู้บริโภค กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ ประชากรในเขตกรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล จำนวน 105 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามความคิดเห็น วัดประเมินค่า 4 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า เชือกกล้วยมีค่าแรงดึงสูงสุดเท่ากับ 257.7 นิวตัน ผลการทดสอบร้อยละของการยืดตัวของเชือกกล้วยมีค่า 9.65 ความชื้นของเชือกกล้วย 8 เปอร์เซ็นต์ ผลการศึกษาขั้นตอนการมัดย้อมประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ขั้นตอนการเตรียมเชือกกล้วยถักเปีย 2) การขึ้นรูปผลิตภัณฑ์เพื่อออกแบบลวดลาย 3) การมัดย้อมลวดลาย 4)การย้อมสี 5) การผึ่งลม 6) การขึ้นรูปผลิภภัณฑ์ ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้บริโภคพบว่า มีความพึงพอใจในด้านผิวสัมผัส ด้านความสวยงาน ด้านความคงทน ตลอดจนด้านการนำไปใช้อยู่ในระดับมาก
Description: การประชุมวิชาการและนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติและนานาชาติ</summary>
    <dc:date>2556-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การพัฒนาผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตนมมูร่าห์</title>
    <link rel="alternate" href="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/1752" />
    <author>
      <name>วันวิสา สาริบุตร</name>
    </author>
    <author>
      <name>อรวัลภ์ อุปภัมภานนท์</name>
    </author>
    <author>
      <name>ระพี กาญจนะ</name>
    </author>
    <id>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/1752</id>
    <updated>2020-09-24T04:40:37Z</updated>
    <published>2556-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การพัฒนาผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตนมมูร่าห์
Authors: วันวิสา สาริบุตร; อรวัลภ์ อุปภัมภานนท์; ระพี กาญจนะ
Abstract: การพัฒนาโยเกิร์ตนมควายพันธ์มูร่าห์ มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกกล้าเชื้อที่เหมาะสาม ศึกษาคุณภาพของโยเกิร์ตและศึกษาการยอมรับของผู้บริโภคโดยได้นำกล้าเชื้อ 3 ชนิดคือ A B และ C มาผลิตโยเกิร์ตนมมูร่าห์และได้เลือกชนิดของกล้าเชื้อที่เหมาะสม  โดยผู้บริโภคมาทดสอบจำนวน 100 คน พบว่ากล้าเชื้อ A สามารถผลิตโยเกิร์ตที่ได้คะแนนความชอบสูงสุด (p≤0.05) ทั้งในด้านกลิ่นหมัก 7.56 และด้านรสเปรี้ยว 7.55 ดังนั้นจึกเลือกกล้าเชื้อ A มาเป็นกล้าเชื้อในการผลิตโยเกิร์ตมูร่าห์และจากการวิเคราะห์ด้านต่างๆ พบว่ามีระยะเวลาในการหมักชั่วโมง ค่า pH, ปริมาณกรดและปริมาณน้ำตาลร้อยละ 4.3, 0.41 และ 7.1 (ตามลำดับ) และเมื่อนำมาวิเคราะห์ด้วยจมูกอิเลคทรอนิกส์พบสารให้กลิ่นที่เป็นไปได้ทั้งหมด 5 ชนิด 1,4-DimethyltetrasulfaneEthyl2-enylacetate, p-menth-1-en9-yl acetate p-coumaric  acid, Caryophyllene oxide
Description: การประชุมวิชาการและนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติและนานาชาติ ประจำปี 2556</summary>
    <dc:date>2556-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

