<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Community:</title>
    <link>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/3574</link>
    <description />
    <pubDate>Wed, 08 Apr 2026 13:30:04 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-04-08T13:30:04Z</dc:date>
    <item>
      <title>การพัฒนากระบวนการและแนวทางการขอทุนวิจัยงบประมาณ เงินรายได้ประจำปี  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี</title>
      <link>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/4720</link>
      <description>Title: การพัฒนากระบวนการและแนวทางการขอทุนวิจัยงบประมาณ เงินรายได้ประจำปี  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Authors: กมลวรรณ, วัชรโรจน์
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษากระบวนการขอทุนวิจัยงบประมาณเงินรายได้ประจำปี ของรองคณบดีที่ดูแลด้านงานวิจัยและเจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านงานวิจัย คณะที่สังกัดในการปฏิบัติงาน ต่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีและ 2) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนากระบวนการขอทุนวิจัย งบประมาณเงินรายได้ประจำปี ของรองคณบดีที่ดูแลด้านงานวิจัย คณะที่สังกัดในการปฏิบัติงาน ต่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีจำนวนประชากรทั้งหมด 23 คน (1 คน / คณะ) ประกอบด้วย รองคณบดีที่ดูแลด้านงานวิจัย จำนวน 12 คน และ เจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านงานวิจัย จำนวน 11 คน เครื่องมือ ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลตามกระบวนวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพครั้งนี้ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ที่มีลักษณะเป็นการสัมภาษณ์เจาะลึก โดยมีการออกแบบข้อคำถามที่สามารถนำไปใช้ในกระบวนการสัมภาษณ์ แบบชี้นำ ใช้แบบสัมภาษณ์ปลายเปิด เป็นการเปิดโอกาสให้ประชากรที่มีความรู้และความชำนาญ หรือมีความเชี่ยวชาญสามารถแสดงความคิดเห็นหรือทรรศนะได้อย่างหลากหลายในทุกแง่มุม&#xD;
ผลการวิจัย พบว่า 1) การดำเนินงานส่วนใหญ่เป็นไปด้วยความร่วมมือระหว่างผู้บริหารและ เจ้าหน้าที่ในระดับหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ พบว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณา ข้อเสนอโครงการทุกหน่วยงานมีกระบวนการกลั่นกรองโดยคณะกรรมการระดับคณะ เพื่อตรวจสอบ คุณภาพและงบประมาณก่อนส่งสถาบันวิจัยและพัฒนา (สวพ.) จำนวน 23 คน ร้อยละ 100 การใช้ช่องทางสื่อสารออนไลน์ทุกหน่วยงานใช้ Facebook, Line และโทรศัพท์ เป็นช่องทางหลัก ในการประสานงานและติดตามงานวิจัย จำนวน 23 คน ร้อยละ 100 การกำหนดเงื่อนไขการเบิกจ่าย นักวิจัยต้องส่งรายงานความก้าวหน้า 6 เดือน หรือเล่มรายงานฉบับสมบูรณ์ให้เรียบร้อยก่อนเบิกเงิน งวดถัดไป จำนวน 23 คน ร้อยละ 100 และ ปัญหาการใช้งานระบบ DRMS พบว่านักวิจัยส่วนใหญ่ ประสบปัญหาการใช้งานระบบ เช่น ลืมรหัสผ่าน หรือกรอกข้อมูลไม่เป็น ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องให้ความ ช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด จำนวน 9 คน ร้อยละ 82 ตามลำดับ และ 2) หน่วยงานมีการติดตามนักวิจัยให้ส่ง ตีพิมพ์บทความ และ ติดตามผลลัพธ์ที่เกิดจากงานวิจัย (Outcome) กับนักวิจัยบ่อยครั้ง จนกว่าจะได้ การตีพิมพ์บทความ มีการกระตุ้น โน้มน้าว และใช้วิธีต่าง ๆ เช่น การจัดกิจกรรมการตีพิมพ์จนกว่าจะได้ บทความวิจัย จำนวน 11 คน ร้อยละ 92 รองลงมาเป็นการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการ หน่วยงานจะยึดหลักเกณฑ์การปิดโครงการวิจัยของมหาวิทยาลัยตามวงเงินงบประมาณที่นักวิจัยได้รับการจัดสรร จำนวน 10 คน ร้อยละ 84 และ ติดตามการนำไปใช้ประโยชน์การต่อยอดงานวิจัย และการขอทรัพย์สินทาง ปัญญา จำนวน 5 คน ร้อยละ 42 ตามลำดับ&#xD;
จากการวิจัยพบว่าควรปรับปรุงกระบวนการขอทุนโดยให้ สวพ. เร่งประกาศกรอบ OKR และ ยุทธศาสตร์ให้เร็วขึ้นตั้งแต่ต้นปีงบประมาณเพื่อลดความซ้ำซ้อน พร้อมทั้งปรับปรุงระบบ DRMS ที่มี ความซับซ้อนและจัดอบรมการใช้งานอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนักวิจัยส่วนใหญ่ใช้งานไม่เป็น ด้านการเงิน ควรจัดอบรมร่วมกันระหว่างกองคลังและหน่วยตรวจสอบภายในเพื่อให้การตีความระเบียบเบิกจ่าย ตรงกัน นอกจากนี้ควรยกเลิกเงื่อนไขที่จำกัดเฉพาะอาจารย์ประจำหลักสูตรเพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่ม สายสังคมศาสตร์เข้าถึงทุนได้มากขึ้น และเน้นการติดตามผลลัพธ์ (Outcome) เช่น การตีพิมพ์หรือการ จดสิทธิบัตรอย่างเข้มข้นแทนการส่งเพียงเล่มรายงาน เพื่อพัฒนาคุณภาพงานวิจัยให้ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง; This research aims to: 1) study the annual revenue budget research grant application process among Vice Deans for Research and research staff at Rajamangala University of Technology Thanyaburi (RMUTT); and 2) establish development guidelines for said process. The study population consisted of 23 participants, including 12 Vice Deans for Research and 11 research officers, representing one person per faculty. Data were collected through a qualitative research methodology using in-depth interviews with semistructured, open-ended questions to allow experts to provide comprehensive insights and perspectives.&#xD;
The research findings revealed that: 1 ) operations are characterized by efficient collaboration between administrators and staff. All units (1 0 0 % ) appoint faculty-level committees to screen research proposals for quality and budget accuracy before submission to the Institute of Research and Development (IRD). Online channels, including Facebook, Line, and telephone, serve as the primary communication tools for coordination (100%). Grant disbursement is strictly contingent upon the submission of a six-month progress report or a complete final report (100%). However, 82% of researchers face technical difficulties with the Digital Research Management System (DRMS), such as password issues or data entry errors, requiring close assistance from staff. 2 ) Regarding development guidelines, 9 2 % of units actively monitor and encourage researchers to publish articles through persuasive measures and workshops. Furthermore, 8 4 % adhere to the university’s project closure criteria based on allocated budget tiers, while 4 2 % focus on tracking research utilization, project expansion, and intellectual property filings.&#xD;
The study suggests that the IRD should announce OKR frameworks and strategies earlier in the fiscal year to reduce redundancy. Significant improvements to the complex DRMS system and continuous training are essential. For financial management, joint training between the Finance Division and the Internal Audit Unit is recommended to ensure consistent regulatory interpretation. Additionally, grant eligibility restrictions for curriculum-specific faculty should be waived to increase opportunities for the social sciences. The focus should shift toward intensive monitoring of outcomes, such as publications and patents, rather than mere report submissions, to effectively meet the university's strategic goals.</description>
      <pubDate>Sat, 01 Jan 2563 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/4720</guid>
      <dc:date>2563-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การพัฒนาฐานข้อมูลสนับสนุนการรวบรวมและค้นคว้าแหล่งตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยของบุคลากรสายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี</title>
      <link>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/4684</link>
      <description>Title: การพัฒนาฐานข้อมูลสนับสนุนการรวบรวมและค้นคว้าแหล่งตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยของบุคลากรสายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Authors: มนต์ทิชา รัตนพันธ์
Abstract: การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและพัฒนาฐานข้อมูลสนับสนุนการรวบรวมและค้นคว้าแหล่งตีพิมพ์เผยแพร่งานวิจัย และเพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ต่อการใช้งานฐานข้อมูลสนับสนุนการรวบรวมและค้นคว้าแหล่งตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยของบุคลากรสายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีกำหนดกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ บุคลากรสายวิชาการสังกัดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีจำนวน 30 คน โดยเลือกแบบเจาะจง รูปแบบที่ใช้ในการพัฒนาฐานข้อมูลใช้หลักการของวงจรการพัฒนาระบบ (System Development Life Cycle: SDLC) โดยใช้เครื่องมือโปรแกรมเว็บเซิร์ฟเวอร์ XAMPP โปรแกรมภาษา PHP โปรแกรมจัดการ ฐานข้อมูล PHPMyAdmin (โปรแกรมช่วยจัดการกับฐานข้อมูล MySQL) และโปรแกรมจัดการฐานข้อมูล MySQL เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ฐานข้อมูลสนับสนุนการรวบรวมและค้นคว้าแหล่งตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยของบุคลากรสายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีและแบบประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ฐานข้อมูลสนับสนุนการรวบรวมและค้นคว้าแหล่งตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยของบุคลากรสายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีที่พัฒนาขึ้น &#xD;
ผลการวิจัย พบว่า ในการพัฒนางานวิจัยนี้ทำให้บุคลากรสายวิชาการสังกัดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี สามารถค้นคว้าแหล่งตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานทางวิชาการในฐาน Web of Science,Scopus และ Scimago Journal &amp; Country Rank ได้ภายในฐานข้อมูลเดียว และผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ต่อการใช้งานฐานข้อมูลสนับสนุนการรวบรวมและค้นคว้าแหล่งตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยของบุคลากรสายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีในภาพรวมของผู้ใช้ฐานข้อมูลทั้ง 3 ด้าน อยู่ในระดับมาก (X̅=4.13, S.D.=0.62) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านเนื้อหาโดยรวมมีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมาก (X̅=4.10, S.D.=0.58) ด้านการใช้งานโดยรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (X̅=4.13, S.D.=0.61) และด้านการนําไปใช้ประโยชน์โดยรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (X̅=4.19, S.D.=0.69) จึงสรุปได้ว่า ฐานข้อมูลสนับสนุนการรวบรวมและค้นคว้าแหล่งตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยของบุคลากรสายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่พัฒนาขึ้นสามารถเป็นตัวช่วยบุคลกรสายวิชาการในการค้นคว้าแหล่งตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานทางวิชาการได้เป็นอย่างดี; The purposes of this research were: to design and develop a program to support the collection and research of sources for publication and dissemination of academic results of academic personnel Rajamangala University of Technology Thanyaburi and to assess theuser's satisfaction with the use of the collection and research support program, the publication of academic work of academic personnel. Rajamangala University of Technology Thanyaburi. Statistical tools used in this research are user satisfaction assessment, user Satisfaction Academic personnel from 30 users. The development process has applied the SDLC, the development of database programe use the XAMPP web server program, PHP language program, PHPMyAdmin (MySQL Database Manager), and MySQL Database Manager. &#xD;
The research found that, able to develop a program that includes a source for publications and academic works in the Web of Science, Scopus and Scimago Journal &amp; Country Rank bases. Satisfaction evaluation of overview program by academic personnel also arein the good satisfaction evaluation with good of 4.13 and standard deviation value of 0.62, overall content was satisfied at good level (X̅=4.10, S.D.=0.58). Overall usage satisfaction was at a good level (X̅=4.13, S.D.=0.61) and utilization. Overall, the satisfaction was at a good level (X̅=4.19, S.D.=0.69).</description>
      <pubDate>Sat, 01 Jan 2563 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/4684</guid>
      <dc:date>2563-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>แนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรสายวิชาการพัฒนางานวิจัยเพิ่มขึ้น ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี</title>
      <link>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/4258</link>
      <description>Title: แนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรสายวิชาการพัฒนางานวิจัยเพิ่มขึ้น ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Authors: พรทรัพย์ ถนัดไร่
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการวิจัยของบุคลากรสายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีในปัจจุบัน 2) เพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลาการสายวิชาการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พัฒนางานวิจัยเพิ่มขึ้น การวิจัยนี้ใช้วิธีการดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพ(Qualitative research) ผู้ให้ข้อมูลสำคัญแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 บุคลากรสายวิชาการประจำกลุ่มที่ 2 ผู้บริหารด้านการวิจัยหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย การกำหนดการเลือกผู้ให้ข้อมูลสำคัญนั้นใช้วิธีแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) และใช้แบบสัมภาษณ์ในการสัมภาษณ์ และนำข้อมูลจากการสัมภาษณ์มาวิเคราะห์ด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการวิจัยของบุคลากรสายวิชาการมีประสบการทำวิจัยทั้งสถานะหัวหน้าโครงการวิจัย และผู้ร่วมวิจัย ลักษณะโครงการวิจัยที่ทำมีทั้งโครงการเดี่ยว และชุดโครงการวิจัย โดยแหล่งทุนที่ขอรับทุนมีทั้งแหล่งทุนภายในและแหล่งทุนภายนอก เหตุผลที่ทำงานวิจัย คือ เป็นภาระงานด้านหนึ่งของอาจารย์มหาวิทยาลัย เพิ่มพูนองค์ความรู้ที่มีอยู่เพื่อพัฒนางานการเรียนการสอน แก้ไขโจทย์วิจัยของชุมชนผลตอบแทนชื่อเสียง และตำแหน่งทางวิชาการ สิ่งอำนวยความสะดวกของมหาวิทยาลัยมีค่อนข้างมากแต่ขาดห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานการวิจัย ส่วนการส่งเสริมและสนับสนุนของมหาวิทยลัยมีทั้งการจัดอบรมการติดตามงานวิจัย การสนับสนุนตีพิมพ์เผยแพร่งานวิจัย ตลอดจนการประกวดผลงานในประเทศและต่างประเทศ ปัญหาอุปสรรค คือ มีภาระงานสอนมากทำให้มีเวลาทำงานวิจัยน้อย และสถานที่ห้องทดลองที่อยู่ในตึกของคณะ มีเวลาเปิด – ปิด เป็นเวลา ทำให้ทำวิจัยเกินเวลาไม่ได้ ด้านสารเคมี หรือวัสดุอุปกรณ์บางอย่างไม่มีในประเทศต้องสั่งจากต่างประเทศทำให้เกิดความล่าช้าในการทำวิจัย 2) แนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรสายวิชาการทำงานวิจัยเพิ่มขึ้นนั้น มหาวิทยาลัยมีการอบรมให้กับอาจารย์เพื่อให้รู้ขั้นตอนการดำเนินงานวิจัยเพื่อให้นักวิจัยเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน มีเวทีให้นักวิจัยประกวดทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีค่าสมนาคุณให้นักวิจัย มีการเชิดชูเกียรติแก่นักวิจัยเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้นักวิจัยดำเนินการวิจัย หากเครื่องมืออุปกรณ์ในมหาวิทยาลัยไม่มี มหาวิทยาลัยจะประสานร่วมกับมหาวิทยาลัยอื่นที่เป็นเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้นักวิจัยได้ดำเนินการวิจัยได้อย่างคล่องตัว อีกทั้งมีงบประมาณเพื่อสนับสนุนให้นักวิจัยได้ดำเนินการวิจัยหากไม่ได้รับงบประมาณในการทำวิจัยจากทุนภายนอก และมหาวิทยาลัยยังชี้ให้เห็นว่าเมื่อทำงานวิจัยแล้วจะได้ประโยชน์อย่างไร; The objectives of this research were 1) to study the current conditions in conducting research of academic personnel at Rajamangala University of Technology Thanyaburi; 2) to study the guidelines for promoting and supporting academic personnel at Rajamangala University of Technology Thanyaburi developing more research. This qualitative research was conducted by collecting the information from two groups of key informants: the full-time academic personnel and the research administrators or assigned people. The key informants were selected by purposive sampling, and the research instrument was the interview form. The data from the interview were analyzed by content analysis.&#xD;
The research findings were found that 1) regarding the research conditions, the academic personnel had experience in conducting research as research project leaders and co-researchers. There were research projects both research programs and research subprojects with internal and external grants. The reasons for conducting research were to meet the workloads of faculty, to extend the knowledge for teaching and learning development, to solve the research problems of communities, to receive a return and reputation, and to get an academic position. There were a lot of research facilities, but there was a lack of standard research laboratories. The research promotion and support of the university were research training, tracking, and supporting research publication as well as domestic and international research competition. The research challenges were a lot of teaching workloads leading to less research working time. Building opening and closing times were fixed resulting in being unable to work on research over time. Some chemicals or research equipment had to be ordered from abroad causing research delays. 2) The guidelines for promoting and supporting academic personnel to develop more research are providing the training about procedures of conducting research in order to proceed in the same way; providing the domestic and international research competition forums; providing research rewards and conferring an honor on the researchers as morale and encouragement. If the research facilities are not available, there should be the coordination with the domestic and international university network to allow the researchers carry out the research flexibly. Moreover, there should be the university research funding available in case of no external research funds. Also, the university points out the benefits of conducting the research.</description>
      <pubDate>Fri, 01 Jan 2562 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/4258</guid>
      <dc:date>2562-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การดำเนินงานติดตามและประเมินผล ผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญตามประเด็นยุทธศาสตร์ด้านการวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี</title>
      <link>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/4175</link>
      <description>Title: การดำเนินงานติดตามและประเมินผล ผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญตามประเด็นยุทธศาสตร์ด้านการวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Authors: กิติยา ทองทรัพย์ทวี
Abstract: คู่มือปฏิบัติงาน การดำเนินงานติดตามและประเมินผล ผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญตามประเด็นยุทธศาสตร์ ด้านการวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อประสานงานกับหน่วยงานภายในและบุคลากรของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เกี่ยวกับการดำเนินงานที่สอดคล้อง กับประเด็นยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย ในประเด็นยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยเพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสอดคล้องกับเป้าหมายที่วางไว้ และใช้เป็นแนวทาง ในการรายงานผลเป็นทิศทางเดียวกัน ช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการรายงานผลผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญ เพื่อพัฒนาและขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยให้บรรลุค่าเป้าหมายที่พึงปรารถนาร่วมกันต่อไปจึงได้จัดทำคู่มือ การดำเนินงานติดตามและประเมินผล ผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญประเด็นยุทธศาสตร์ด้านการวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีฉบับนี้ขึ้น</description>
      <pubDate>Wed, 01 Jan 2566 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/4175</guid>
      <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

